
จังหวัดสุราษฎร์ธานี
จังหวัดสุราษฎร์ธานี มักจะเรียกกันด้วยชื่อสั้นๆ ว่า "สุราษฎร์" มีอักษรย่อ "สฎ" เป็นจังหวัดในภาคใต้ตอนบน มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของประเทศ และมีประชากรหนาแน่นอันดับ 64 ของประเทศ นับเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีหลักฐานทั้งประวัติศาสตร์และโบราณคดีเก่าแก่ และยังมีแหล่งท่องเที่ยว และอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง
จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่ในฝั่งตะวันออกของภาคใต้ โดยมีสภาพภูมิประเทศที่หลายหลายทั้งที่ราบสูง ภูมิประเทศแบบภูเขา รวมทั้งที่ราบชายฝั่งทะเล มีพื้นที่ติดต่อกับอ่าวไทย โดยมีเกาะในความดูแล ได้แก่ เกาะสมุย เกาะพะงัน และหมู่เกาะอ่างทอง เนื่องจากทำเลที่ตั้งจึงได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ จึงทำให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีช่วงฤดูฝนยาวนาน โดยกินระยะเวลาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนถึง เดือนมกราคม
ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ โดยประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรเป็นหลัก โดยใช้พิ้นที่ในการทำการเกษตรประมาณ 45% ของพื้นที่ทั้งหมด นอกจากนี้ ยังประกอบอาชีพทางด้านปศุสัตว์ ประมง อุตสาหกรรม รวมทั้งมีการทำเหมืองแร่ด้วย
ส่วนการเดินทางมายังจังหวัดสุราษฎร์ธานีสามารถใช้ได้หลายเส้นทาง ทั้งทางรถไฟ เครื่องบิน รถโดยสารประจำทาง เรือ และรถยนต์์ส่วนบุคคล โดยมีสถานที่สำคัญภายในจังหวัดนั้น มีทั้งแหล่งโบราณสถาน เช่น พระบรมธาตุไชยา แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติต่าง ๆ น้ำตก เกาะ และยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ อีก เช่น เขื่อน วัดวาอาราม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติไชยา เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีของขึ้นชื่อที่เป็นที่รู้จัก เช่น ไข่เค็มไชยา หอยนางรม และเงาะโรงเรียน ดังที่ปรากฏในคำขวัญของจังหวัด
ประวัติศาสตร์
จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นที่ตั้งของเมืองเก่า เป็นศูนย์กลางของเมืองศรีวิชัย มีหลักฐานแสดงถึงการตั้งรกราก และเส้นทางสายไหมในอดีต พื้นที่อ่าวบ้านดอนเจริญขึ้นจนเป็นอาณาจักรศรีวิชัยในช่วงหลังพุทธศตวรรษที่ 13 โดยมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นเครื่องยืนยันความรุ่งเรืองในอดีต ภายหลังยังเชื่อว่า เมื่ออาณาจักรตามพรลิงก์ หรือเมืองนครศรีธรรมราชมีความรุ่งเรืองมากขึ้นนั้น เมืองไชยาก็เป็นหนึ่งในเมืองสิบสองนักษัตรของเมืองนครศรีธรรมราชด้วย ชื่อว่า "เมืองบันไทยสมอ"
นอกจากนี้ในยุคใกล้เคียงกันนั้นยังพบความเจริญของเมืองที่เกิดขึ้นในบริเวณลุ่มแม่น้ำตาปี ได้แก่ เมืองเวียงสระ เมืองคีรีรัฐนิคม และเมืองท่าทอง โดยเชื่อว่าเจ้าศรีธรรมาโศก ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชนั้นอพยพย้ายเมืองมาจากเมืองเวียงสระ เนื่องจากเป็นเมืองที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล รวมทั้งเกิดโรคภัยระบาด และเมื่อเมืองนครศรีธรรมราชเจริญรุ่งเรืองนั้น ได้ยกเมืองไชยา และเมืองท่าทอง เป็นเมืองสิบสองนักษัตรของตนด้วย
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้ก่อตั้งอู่เรื่อพระที่นั่งและเรือรบเพื่อใช้ในราชการที่อ่าวบ้านดอน ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงให้ย้ายที่ตั้งเมืองท่าทองมายังอ่าวบ้านดอน (ซึ่งเป็นที่ตั้งของอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีในปัจจุบัน) พร้อมทั้งยกฐานะให้เป็นเมืองจัตวา ขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร และพระราชทานชื่อว่า "เมืองกาญจนดิษฐ์"โดยแต่งตั้งให้พระยากาญจนดิษฐ์บดีเป็นเจ้าเมืองดูแลการปกครอง
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงโปรดให้รวมเมืองกาญจนดิษฐ์ เมืองคีรีรัฐนิคม และเมืองไชยาเป็นเมืองเดียวกัน เรียกว่า "เมืองไชยา" ภายใต้สังกัดมณฑลชุมพร
เมื่อเมืองขยายใหญ่ขึ้น จึงมีการปรับเปลี่ยนการปกครองและขยายเมืองออกไป มีการสร้างเมืองใหม่ขึ้นที่ อ่าวบ้านดอน ให้ชื่อเมืองใหม่ว่า อำเภอไชยา และให้ชื่อเมื่องเก่าว่า "อำเภอพุมเรียง" แต่เนื่องด้วยประชาชนยังติดเรียกชื่อเมืองเก่าว่า "อำเภอไชยา" ด้วยเหตุนี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระราชทานนามเมืองใหม่ที่บ้านดอนว่า "สุราษฎร์ธานี" และให้ชื่อเมืองเก่าว่า "อำเภอไชยา"และทรงพระราชทานนามแม่น้ำตาปี ให้ในคราวเดียวกันนั้นเอง ซึ่งเป็นการตั้งชื่อตามแบบเมืองและแม่น้ำในประเทศอินเดีย ที่มีแม่น้ำตาปติ ไหลลงสู่ทะเลออกผ่านปากอ่าวที่เมือง สุรัฎร์
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด

ตราประจำจังหวัด คือ พระบรมธาตุไชยา ซึ่งมีศิลปะแบบศรีวิชัย ตั้งอยู่ ณ วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร โดยสร้างขึ้นเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 13-14 และเป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย
คำขวัญประจำจังหวัดในอดีต แต่งโดยพระเทพรัตนกวี (ก.ธรรมวร) อดีตเจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี : "สะตอวัดประดู่ พลูคลองยัน ทุเรียนหวานมันคลองพระแสง ย่านดินแดงของป่า เคียนซาบ่อถ่านหิน พุนพินมีท่าข้ามแม่น้ำตาปี ไม้แก้วดีเขาประสงค์ กระแดะดงลางสาด สิ่งประหลาดอำเภอพนม เงาะอุดมบ้านส้อง จากและคลองในบาง ท่าฉางต้นตาล บ้านนาสารแร่ ท่าทองอุแทวัดเก่า อ่าวบ้านดอนปลา ไชยาข้าว มะพร้าวเกาะสมุย"
ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี
1 พระยาวรฤทธิ์ฦาไชย
ไม่ทราบข้อมูล
2 พระยาชุมพรบุรีศรีสมุทเขต
พ.ศ. 2449 - พ.ศ. 2458
3 พระยาพิศาลสารเกษตร์
พ.ศ. 2458 - พ.ศ. 2459
4 พระยาวิชิตภักดีศรีสุราษฎร์ธานินทร์
พ.ศ. 2459 - พ.ศ. 2461
5 พระยาศรีมหาเกษตร
พ.ศ. 2461 - พ.ศ. 2463
6 พระยาสุราษฎร์ธานี
พ.ศ. 2464 - พ.ศ. 2469
7 พระบริบูรณ์วุฒิราษฎร์
พ.ศ. 2470 - พ.ศ. 2477
8 หลวงสฤษฏสาราลักษ์
พ.ศ. 2477 - พ.ศ. 2481
9 หลวงอรรถกัลยาณวินิจ
พ.ศ. 2482 - พ.ศ. 2485
10 นายชลอ จารุจินดา
พ.ศ. 2485 - พ.ศ. 2486
11 หลวงเกษมประศาสน์
พ.ศ. 2486 - พ.ศ. 2487
12 ขุนสำราษราษฎร์บริรักษ์
พ.ศ. 2487 - พ.ศ. 2487
13 นายแม้น อรจันทร์
พ.ศ. 2487 - พ.ศ. 2489
14 ขุนรัฐวุฒิวิจารณ์
พ.ศ. 2489 - พ.ศ. 2492
15 นายเลื่อน ไขแสง
พ.ศ. 2492 - พ.ศ. 2496
16 ขุนอักษณสารสิทธิ์
พ.ศ. 2496 - พ.ศ. 2497
17 นายจันทร์ สมบูรณ์กุล
พ.ศ. 2497 - พ.ศ. 2501
18 นายฉลอง รมิตานนท์
พ.ศ. 2501 - พ.ศ. 2503
19 นายประพันธ์ ณ พัทลุง
พ.ศ. 2503 - พ.ศ. 2509
20 นายพร บุญยะประสพ
พ.ศ. 2509 - พ.ศ. 2511
21 นายคล้าย จิตพิทักษ์
พ.ศ. 2511 - พ.ศ. 2515
22 นายอรุณ นาถะเดชะ
พ.ศ. 2515 - พ.ศ. 2517
23 นายอนันต์ สงวนนาม
พ.ศ. 2517 - พ.ศ. 2519
24 นายชลิต พิมลศิริ
พ.ศ. 2519 - พ.ศ. 2521
25 นายกาจ รักษ์มณี
พ.ศ. 2521 - พ.ศ. 2522
26 นายสนอง รอดโพธิ์ทอง
พ.ศ. 2522 - พ.ศ. 2524
27 นายไสว ศิริมงคล
พ.ศ. 2524 - พ.ศ. 2526
28 นายนิพนธ์ บุญญภัทโร
พ.ศ. 2526 - พ.ศ. 2530
29 นายวิโรจน์ ราชรักษ์
พ.ศ. 2530 - พ.ศ. 2532
30 นายดำริ วัฒนสิงหะ
พ.ศ. 2532 - พ.ศ. 2533
31 นายอนุ สงวนนาม
พ.ศ. 2533 - พ.ศ. 2535
32 นายประพัฒน์พงษ์ บำเพ็ญสิทธิ์
พ.ศ. 2535 - พ.ศ. 2537
33 นายประยูร พรหมพันธุ์
พ.ศ. 2537 - พ.ศ. 2538
34 นายปรีชา รักษ์คิด
พ.ศ. 2539 - พ.ศ. 2540
35 นายนิเวศน์ สมสกุล
พ.ศ. 2540 - พ.ศ. 2541
36 นายภุชงค์ รุ่งโรจน์
พ.ศ. 2541 - พ.ศ. 2543
37 นายชาญชัย สุนทรมัฏฐ์
พ.ศ. 2543 - พ.ศ. 2544
38 นายยงยุทธ ตะโกพร
พ.ศ. 2544 - พ.ศ. 2545
39 ม.ล.ประทีป จรูญโรจน์
พ.ศ. 2545 - พ.ศ. 2546
40 นายธีระ โรจนพรพันธุ์
พ.ศ. 2546 - พ.ศ. 2547
41 นายวิจิตร วิชัยสาร
พ.ศ. 2547 - พ.ศ. 2549
42 นายนิวัตน์ สวัสดิ์แก้ว
พ.ศ. 2549 - พ.ศ. 2550
43
นายวินัย บัวประดิษฐ์
พ.ศ. 2550 - ปัจจุบัน
ภูมิศาสตร์
ที่ตั้งและอาณาเขต
จังหวัดสุราษฎร์ธานีตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของภาคใต้ โดยมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของประเทศ และอันดับ 1 ของภาคใต้ โดยมีจังหวัดที่มีอาณาเขตติดกัน ดังนี้
ด้านเหนือ ติดกับ จังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร และ อ่าวไทย
ด้านใต้ ติดกับ จังหวัดกระบี่ และ จังหวัดนครศรีธรรมราช
ด้านตะวันออก ติดกับ จังหวัดนครศรีธรรมราช และ อ่าวไทย
ด้านตะวันตก ติดกับ จังหวัดพังงา
โดยทะเลฝั่งอ่าวไทยนั้นมีชายฝั่งยาวประมาณ 156 กิโลเมตร โดยมีเกาะที่อยู่ภายใต้การดูแลของจังหวัด ได้แก่ เกาะสมุย เกาะพะงัน และหมู่เกาะอ่างทอง
ภูมิประเทศและภูมิอากาศ
สภาพภูมิประเทศของจังหวัดสุราษฎร์ธานี
จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีพื้นที่กว้างใหญ่ และมีสภาพภูมิประเทศที่หลากหลาย ได้แก่ ภูมิประเทศแบบที่ราบชายฝั่งทะเล ที่ราบสูง รวมทั้งภูมิประเทศแบบภูเขาซึ่งกินพื้นที่ของจังหวัดถึง 40% ของพื้นที่ทั้งหมด โดยมีเทือกเขาภูเก็ตทอดตัวในแนวเหนือ-ใต้ของจังหวัด และมีลุ่มน้ำที่สำคัญ คือ ลุ่มน้ำตาปี ไชยา ท่าทอง เป็นต้น
ด้านตะวันออกเป็นฝั่งทะเลอ่าวไทย และมีเกาะน้อยใหญ่ที่มีประชากรอาศัย ส่วนด้านตะวันตกมีลักษณะเป็นภูเขาสูง มีแม่น้ำสายสำคัญ คือ แม่น้ำตาปี
เนื่องจากทำเลที่ตั้งรวมถึงภูมิประเทศ จังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดมาจากมหาสมุทรอินเดีย รวมทั้งมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดผ่านอ่าวไทย ดังนั้น จึงทำให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีช่วงฤดูฝนยาวนานมาก โดยกินระยะเวลาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนถึง เดือนมกราคม โดยจังหวัดสุราษฏร์ธานีมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 21.16 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 34.51 องศาเซลเซียส และปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 129.59 มิลลิเมตร
หน่วยการปกครอง
การปกครองส่วนภูมิภาค
อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี
อำเภอกาญจนดิษฐ์
อำเภอดอนสัก
อำเภอเกาะสมุย
อำเภอเกาะพะงัน
อำเภอไชยา
อำเภอท่าชนะ
อำเภอคีรีรัฐนิคม
อำเภอบ้านตาขุน
อำเภอพนม
อำเภอท่าฉาง
อำเภอบ้านนาสาร
อำเภอบ้านนาเดิม
อำเภอเคียนซา
อำเภอเวียงสระ
อำเภอพระแสง
อำเภอพุนพิน
อำเภอชัยบุรี
อำเภอวิภาวดี
การปกครองส่วนท้องถิ่น
แบ่งออกเป็น 1 เทศบาลนคร 2 เทศบาลเมือง 20 เทศบาลตำบล และ 119 องค์การบริหารส่วนตำบล โดยมีรายชื่อเทศบาลดังนี้
เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี
เทศบาลเมืองท่าข้าม
เทศบาลเมืองนาสาร
เทศบาลตำบลเกาะสมุย
เทศบาลตำบลวัดประดู่
เทศบาลตำบลดอนสัก
เทศบาลตำบลกาญจนดิษฐ์
เทศบาลตำบลเวียงสระ
เทศบาลตำบลพุมเรียง
เทศบาลตำบลท่าทองใหม่
เทศบาลตำบลตลาดไชยา
เทศบาลตำบลท่าฉาง
เทศบาลตำบลพนม
เทศบาลตำบลเขาพัง
เทศบาลตำบลเกาะพะงัน
เทศบาลตำบลบางสวรรค์
เทศบาลตำบลท่าชนะ
เทศบาลตำบลบ้านนา
เทศบาลตำบลย่านดินแดง
เทศบาลตำบลท่าขนอน
เทศบาลตำบลเขาวง
เทศบาลตำบลเคียนซา
เทศบาลตำบลบ้านส้อง
เศรษฐกิจ
การเกษตร
ประชากรในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีรายได้ต่อหัวเฉลี่ย 116,202 บาท ต่อปีโดยส่วนมากจะประกอบอาชีพทางการเกษตร เช่น ทำนา ทำสวน ทำไร่ โดยใช้ที่ดินเพื่อทำการเพาะปลูกประมาณ 45% ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว เงาะ ทุเรียน และกาแฟ
นอกจากนั้น ยังมีการเลี้ยงปศุสัตว์และการทำประมง โดยปศุสัตว์ที่นิยมเลี้ยงกันมาก เช่น โค กระบือ สุกร ไก่ แพะ โดยปศุสัตว์ที่มีมูลค่าผลผลิตมากที่สุด คือ โค สุกร ไก่ กระบือ และเป็ด ตามลำดับ ส่วนด้านการประมงนั้น มีทั้งการประมงน้ำเค็ม น้ำกร่อย การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง และการประมงน้ำจืด
อุตสาหกรรม
ประชากรในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีรายได้ต่อหัวเฉลี่ย 116,202 บาท ต่อปีโดยส่วนมากจะประกอบอาชีพทางการเกษตร เช่น ทำนา ทำสวน ทำไร่ โดยใช้ที่ดินเพื่อทำการเพาะปลูกประมาณ 45% ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว เงาะ ทุเรียน และกาแฟ
นอกจากนั้น ยังมีการเลี้ยงปศุสัตว์และการทำประมง โดยปศุสัตว์ที่นิยมเลี้ยงกันมาก เช่น โค กระบือ สุกร ไก่ แพะ โดยปศุสัตว์ที่มีมูลค่าผลผลิตมากที่สุด คือ โค สุกร ไก่ กระบือ และเป็ด ตามลำดับ ส่วนด้านการประมงนั้น มีทั้งการประมงน้ำเค็ม น้ำกร่อย การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง และการประมงน้ำจืด
อุตสาหกรรม
ทางด้านอุตสาหกรรมนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องจากผลผลิตทางเกษตรกรรม เช่น อุตสาหกรรมปลาป่น อาหารทะเลแช่แข็ง อาหารทะเลกระป๋อง น้ำมันปาล์มดิบ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับยางพารา ซึ่งในจังหวัดมีจำนวนโรงงานอุตสาหกรรมประมาณ 730 โรง ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองมากที่สุด นอกจากนี้ ยังมีการให้สัมปทานเหมืองแร่ โดยแร่ที่สำคัญในจังหวัด ได้แก่ ยิบซั่ม โดโลไมต์ แอนไฮโครต์ หินปูน ดินขาว และบอลเคลย์
ประชากร
ประชากรท้องถิ่นดั้งเดิมของจังหวัด ได้แก่ ชนพื้นเมืองนิกริโต ต่อมาเมื่อมีการติดต่อค้าขายกับภายนอกมากขึ้น ก็ทำให้ชาวต่างชาติมาตั้งรกรากอยู่ที่สุราษฎร์ธานีมากขึ้น เช่น ชาวจีน ชาวมาเลย์ ชาวญวน จึงเกิดการผสมผสานสายเลือดต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ซึ่งชาวไทยเชื้อสายจีนและญวนมักจะตั้งถิ่นฐานอยู่ภายในชุมชนเมือง ในขณะที่ชาวไทยมุสลิมและอินเดีย มักอาศัยอยู่ในชนบท และตามชายฝั่งทะเล
ศาสนา
ศาสนา
ในอดีตจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รับอิทธิพลการนับถือศาสนาพราหมณ์และพุทธจากประเทศอินเดีย แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าเผยแพร่เข้ามาเมื่อไหร่ โดยในปัจจุบัน ประชากรของจังหวัดสุราษฎร์ธานีนับถือ
การศึกษา
สุราษฎร์ธานีนับได้ว่าเป็นจังหวัดหนึ่งที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการศึกษาเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนกระทั่งถึงระดับอุดมศึกษา ในระดับปฐมวัยและระดับมัฐยมศึกษานั้น ดูและโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี แบ่งออกเป็น 3 เขต โดยแต่ละเขตจะรับผิดชอบการศึกษาของแต่ละอำเภอในจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีโรงเรียนในจังหวัดประมาณ 490 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีการจัดการเรียนในระดับอุดมศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีดังต่อไปนี้เช่น
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เขตการศึกษาสุราษฎร์ธานี
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
วิทยาลัยตาปี
วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี
วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี
วิทยาลัยเกษตรกรรมสุราษฎร์ธานี
ประเพณีและวัฒนธรรม
ประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า
ประเพณีชักพระทอดผ้าป่าของจังหวัดสุราษฏร์ธานี ที่นี่มีอีกชื่อหนึ่งก็คืองานเดือนสิบเอ็ด ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกับเทศกาลออกพรรษา กิจกรรมที่สำคัญได้แก่การประกวดพุ่มผ้าป่า การประกวดเรือพระ ซึ่งจะมีทั้งเรือพระ(บก) และเรือพระ(น้ำ) จัดขึ้นบริเวณเขื่อนลำนำตาปีไล่ไปตั้งแต่บริเวณศาลหลักเมืองจนกระทั่งถึงโรงแรมวังใต้ ขึ้นอยู่กับจังหวัดสุราษฎร์ธานีว่าในแต่ละปีจะเลือกเอาบริเวณใด
งานวันเงาะโรงเรียน
ประเพณีชักพระทอดผ้าป่าของจังหวัดสุราษฏร์ธานี ที่นี่มีอีกชื่อหนึ่งก็คืองานเดือนสิบเอ็ด ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกับเทศกาลออกพรรษา กิจกรรมที่สำคัญได้แก่การประกวดพุ่มผ้าป่า การประกวดเรือพระ ซึ่งจะมีทั้งเรือพระ(บก) และเรือพระ(น้ำ) จัดขึ้นบริเวณเขื่อนลำนำตาปีไล่ไปตั้งแต่บริเวณศาลหลักเมืองจนกระทั่งถึงโรงแรมวังใต้ ขึ้นอยู่กับจังหวัดสุราษฎร์ธานีว่าในแต่ละปีจะเลือกเอาบริเวณใด
งานวันเงาะโรงเรียน
หากจะกล่าวถึงผลไม้ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสุราษฎร์ธานีแล้วเชื่อเลยว่าทุกคนย่อมนึกถึง เงาะ ขึ้นเป็นลำดับแรก และเป็นความภูมิใจของชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีเสียด้วย เพราะเงาะที่นี่จะไม่เหมือนเงาะที่อื่น หวาน ร่อน กรอบ เป็นที่ประทับใจไปทั่ว ดังนั้นเพื่อเป็นการแสดงถึงความภาคภูมิใจดังกล่าวจังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงจัดให้มีการนำผลผลิตดังกล่าว และผลผลิตอื่นๆ มาจำหน่ายและตั้งชื่อว่างานวันเงาะโรงเรียน จัดขึ้นประมาณต้นเดือนสิงหาคมของทุกปี
การละเล่นพื้นบ้าน
การละเล่นเด็ก ได้แก่ จุ้มจี้,จี้จิบ,ลูกหวือ,ชักลูกยาง,ทองสูง,กบกับ,หมากโตน,บอกโผละ,ลูกฉุด,ทอยหลุม,เหยก,เตย,หมากขุม
การละเล่นผู้ใหญ่ ได้แก่ เพลงชักพระอำเภอเกาะพะงัน,เพลงบอก,เพลงนา,คำตัด,ลิเกป่า,มโนห์รา,หนังตะลุง
อาหารพื้นบ้าน
การละเล่นผู้ใหญ่ ได้แก่ เพลงชักพระอำเภอเกาะพะงัน,เพลงบอก,เพลงนา,คำตัด,ลิเกป่า,มโนห์รา,หนังตะลุง
อาหารพื้นบ้าน
ได้แก่ สาหร่ายข้อ,ผัดไทยไชยา,แกงส้มอ้อดิบ,ผัดสะตอใส่กะปิ,เห็ดแครงปิ้ง,แกงหมูกับลูกเหรียง,ยำปลาเม็ง(เฉพาะที่ี่ี่อำเภอบ้านนาเดิมและอำเภอบ้านนาสาร),โล้งโต้ง(เฉพาะที่สุราษฎร์ธานี)
ของดีเมืองสุราษฎร์
จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีของขึ้นชื่อที่เป็นที่รู้จักและเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด จนเป็นที่มาของคำขวัญประจำจังหวัด ได้แก่
ไข่เค็มไชยา
มีแหล่งผลิตอยู่ในแถบอำเภอไชยา โดยใช้ไข่เป็ดในการทำไข่เค็ม โดยมีลักษณะพิเศษต่างจากถิ่นอื่น คือ ไข่จะแดงเป็นพิเศษ และไม่คาว โดยวิธีการผลิตนั้นแตกต่างจากแหล่งอื่น คือ ใช้วิธีนำดินผสมแกลบเผาและเกลือมาพอกไข่เป็ด โดยไม่ใช่วิธีดองไข่ในน้ำ้เกลือ
เงาะโรงเรียน
มีต้นกำเนิดที่อำเภอบ้านนาสาร เป็นเงาะที่มีรสชาติอร่อย เนื้อกรอบ หวานหอม โดยชาวจีนสัญชาติมาเลเซีย ชื่อ นายเค วอง นำเงาะมาปลูกที่เหมืองแร่ อำเภอบ้านนาสาร ปรากฏว่ามีเงาะต้นหนึ่งมีผลที่มี ลักษณะต่างไปจากต้นอื่น ๆ ได้แก่ เงาะมีผลค่อนข้างกลม เนื้อกรอบ หวาน หอม เปลือกบาง ต่อมา พื้นที่แห่งนั้นได้เปลี่ยนเป็นโรงเรียนนาสาร ดังนั้น พันธุ์เงาะจึงได้ชื่อว่า "เงาะโรงเรียน" โดยในปี พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จมายังจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงได้มีการขอพระราชทานชื่อพันธุ์เงาะใหม่ แต่พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสว่า "ชื่อเงาะโรงเรียนดีอยู่แล้ว" ดังนั้น จึงได้ใช้ชื่อ เงาะโรงเรียนอย่างเป็นทางการตั้งแต่นั้นมา
ของดีเมืองสุราษฎร์
จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีของขึ้นชื่อที่เป็นที่รู้จักและเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด จนเป็นที่มาของคำขวัญประจำจังหวัด ได้แก่
ไข่เค็มไชยา
มีแหล่งผลิตอยู่ในแถบอำเภอไชยา โดยใช้ไข่เป็ดในการทำไข่เค็ม โดยมีลักษณะพิเศษต่างจากถิ่นอื่น คือ ไข่จะแดงเป็นพิเศษ และไม่คาว โดยวิธีการผลิตนั้นแตกต่างจากแหล่งอื่น คือ ใช้วิธีนำดินผสมแกลบเผาและเกลือมาพอกไข่เป็ด โดยไม่ใช่วิธีดองไข่ในน้ำ้เกลือ
เงาะโรงเรียน
มีต้นกำเนิดที่อำเภอบ้านนาสาร เป็นเงาะที่มีรสชาติอร่อย เนื้อกรอบ หวานหอม โดยชาวจีนสัญชาติมาเลเซีย ชื่อ นายเค วอง นำเงาะมาปลูกที่เหมืองแร่ อำเภอบ้านนาสาร ปรากฏว่ามีเงาะต้นหนึ่งมีผลที่มี ลักษณะต่างไปจากต้นอื่น ๆ ได้แก่ เงาะมีผลค่อนข้างกลม เนื้อกรอบ หวาน หอม เปลือกบาง ต่อมา พื้นที่แห่งนั้นได้เปลี่ยนเป็นโรงเรียนนาสาร ดังนั้น พันธุ์เงาะจึงได้ชื่อว่า "เงาะโรงเรียน" โดยในปี พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จมายังจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงได้มีการขอพระราชทานชื่อพันธุ์เงาะใหม่ แต่พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสว่า "ชื่อเงาะโรงเรียนดีอยู่แล้ว" ดังนั้น จึงได้ใช้ชื่อ เงาะโรงเรียนอย่างเป็นทางการตั้งแต่นั้นมา
หอยนางรม
มีจุดกำเนิดการเพาะเลี้ยงในจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยแหล่งเลี้ยงหอยนางรมที่ใหญ่ที่สุด คือ บริเวณอ่าวที่ตำบลท่าทอง อำเภอกาญจนดิษฐ์ ซึ่งมีชื่อเสียงว่า หอยนางรมมีขนาดใหญ่ เนื้อขาว สะอาด รสหวาน ไม่มีกลิ่นคาว
ผ้าไหมพุมเรียง
ผ้าไหมพุมเรียงเป็นงานหัตถรรมของกลุ่มหมู่บ้านชาวไทยมุสลิม ที่ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เริ่มจากการความต้องการใช้ภายในครัวเรือน ต่อมา ได้พัฒนาเป็นการผลิตเพื่อการจำหน่ายเป็นอาชีพเสริม ซึ่งเดิมนั้นใช้การทอด้วยมือเป็นหลัก และได้พัฒนามาเป็นการทอด้วยกี่กระตุก เพื่อความสามารถในการผลิต ส่วนเส้นไหมที่นำมาทอผ้านั้นได้ใช้ไหมทอที่สั่งซื้อมาจากกรุงเทพมหานคร ไม่ได้มีการผลิตเส้นไหมขึ้นใช้เองแต่อย่างใด ส่วนลวดลายของผ้าไหมพุมเรียงที่ชาวบ้านพุมเรียง นิยมทอกันในปัจจุบันมี 5 ลาย ได้แก่ ลายราชวัตร ลายดอกพิกุล ลาบดอกโคม ลายนพเก้า และลายยกเบ็ด ปัจจุบัน ได้นำผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ผ้านุ่ง เสื้อ เนคไทด์ กระเป๋าถือ กรอบรูป พวงกุญแจ โดยได้ผลิตส่งออกตลาดหาดใหญ่ และกรุงเทพมหานครเป็นหลัก
การคมนาคม
ระยะทางจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปยังจังหวัดใกล้เคียงที่สำคัญ ได้แก่
จังหวัดระนอง ๒๑๙ กิโลเมตร
จังหวัดนครศรีธรรมราช ๑๕๖ กิโลเมตร
จังหวัดพังงา ๑๙๖ กิโลเมตร
ทางรถไฟ
สถานีรถไฟจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ในเขตกรุงเทพมหานครสามารถใช้บริการรถไฟได้จากสถานีรถไฟหัวลำโพง สถานีรถไฟบางซื่อ สถานีรถไฟบางบำหรุ มีบริการเดินรถทุกวัน ระยะทาง ๖๕๐ กิโลเมตร ผู้โดยสารต้องไปลงที่สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานีซึ่งใช้เวลาเดินทางปกติไม่เกิน ๙ ชั่วโมง (อยู่ที่อำเภอพุนพิน) แล้วต่อรถประจำทางหรือรถแท็กซี่(เป็นรถป้ายดำ มีการจัดการคล้ายมอร์เตอร์ไชค์รับจ้าง) เข้าตัวจังหวัด ระยะทาง ๑๓ กิโลเมตร โดยสามารถตรวจสอบตารางการเดินรถไฟได้จากการรถไฟแห่งประเทศไทย
ทางรถโดยสารประจำทาง
สถานีรถไฟจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ในเขตกรุงเทพมหานครสามารถใช้บริการรถไฟได้จากสถานีรถไฟหัวลำโพง สถานีรถไฟบางซื่อ สถานีรถไฟบางบำหรุ มีบริการเดินรถทุกวัน ระยะทาง ๖๕๐ กิโลเมตร ผู้โดยสารต้องไปลงที่สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานีซึ่งใช้เวลาเดินทางปกติไม่เกิน ๙ ชั่วโมง (อยู่ที่อำเภอพุนพิน) แล้วต่อรถประจำทางหรือรถแท็กซี่(เป็นรถป้ายดำ มีการจัดการคล้ายมอร์เตอร์ไชค์รับจ้าง) เข้าตัวจังหวัด ระยะทาง ๑๓ กิโลเมตร โดยสามารถตรวจสอบตารางการเดินรถไฟได้จากการรถไฟแห่งประเทศไทย
ทางรถโดยสารประจำทาง
บริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินรถระหว่าง กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางปกติไม่เกิน 8 ชั่วโมง รถออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี จุดเด่นของการโดยสารโดยรถประจำทางคือสามารถเดินทางได้ถึงสถานีขนส่งจังหวัดสุราษฏร์ธานี แล้วสามารถใช้รถสองแถวเข้าไปตัวเมืองอีกเล็กน้อยและยังมีบริษัทเดินรถเอกชนอีกหลายรายที่ให้บริการ และนอกจากนี้ยังมีบริการรถโดยสารปรับอากาศ กรุงเทพฯ-เกาะสมุย และกรุงเทพฯ-เกาะพงันอีกด้วย
ทางรถยนต์ส่วนบุคคล
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข ๓๕) จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๔ ผ่านจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร แล้วตรงเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๔๑ บริเวณแยกปฐมพร(จังหวัดชุมพร) ผ่านรอยต่อระหว่างจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ จังหวัดชุมพรที่อำเภอหลังสวนและอำเภอท่าชนะ เข้าสู่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่านสหกรณ์สุราษฏร์ธานี(Co-Op)แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนหมายเลข ๔๐๑ ผ่านอำเภอพุนพินซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานีเข้าสู่ตัวเมืองสุราษฎร์ธานี รวมระยะทางประมาณ ๖๘๕ กิโลเมตร
ทางเครื่องบิน
ปัจจุบัน มีเที่ยวบิน เดินทางระหว่างสนามบินจังหวัดสุราษฎร์ธานีและสนามบินดอนเมือง ทุกวัน ซึ่งมีให้บริการทั้งการบินไทย แอร์เอเชีย และวัน ทู โก นอกจากนี้ยังมีสายการบินบางกอกแอร์เวย์ ให้บริการบินไปกลับ กรุงเทพ-เกาะสมุยอีกด้วย การเดินทางมาจังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วยวิธีนี้จะรวดเร็วมาก สนามบินจังหวัดสุราษฏร์ธานีอยู่ในพื้นที่กองบิน๗ กองทัพอากาศ ระยะทางห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๒๕ กิโลเมตร มีรถโดยสารบริการรับส่งระหว่างสนามบินและตัวเมือง ไม่มีแท็กซี่ ไม่มีสามล้อ หากจะเดินทางไปอำเภออื่นๆโดยรถโดยสาประจำทางจะต้องกลับเข้าตัวเมืองเสียก่อน บางครั้งหากต้องการไปจังหวัดชุมพร หรือจังหวัดระนองก็ต้องหาวิธีออกมายังถนนหลวงหมายเลข ๔๑ รอรถโดยสารประจำทางบริเวณทางเข้าสนามบินได้เลยโดยไม่ต้องข้ามถนน
ทางเรือ
ปัจจุบัน มีบริษัทเดินเรือให้บริการเดินเรือด่วน จากพัทยาตรงมายังเกาะสมุย การเดินทางโดยวิธีนี้เป็นการเดินทางเชิงท่องเที่ยวเสียมากกว่า เพราะไม่สะดวกและไม่รวดเร็ว
ทางรถยนต์ส่วนบุคคล
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข ๓๕) จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๔ ผ่านจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร แล้วตรงเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๔๑ บริเวณแยกปฐมพร(จังหวัดชุมพร) ผ่านรอยต่อระหว่างจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ จังหวัดชุมพรที่อำเภอหลังสวนและอำเภอท่าชนะ เข้าสู่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่านสหกรณ์สุราษฏร์ธานี(Co-Op)แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนหมายเลข ๔๐๑ ผ่านอำเภอพุนพินซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานีเข้าสู่ตัวเมืองสุราษฎร์ธานี รวมระยะทางประมาณ ๖๘๕ กิโลเมตร
ทางเครื่องบิน
ปัจจุบัน มีเที่ยวบิน เดินทางระหว่างสนามบินจังหวัดสุราษฎร์ธานีและสนามบินดอนเมือง ทุกวัน ซึ่งมีให้บริการทั้งการบินไทย แอร์เอเชีย และวัน ทู โก นอกจากนี้ยังมีสายการบินบางกอกแอร์เวย์ ให้บริการบินไปกลับ กรุงเทพ-เกาะสมุยอีกด้วย การเดินทางมาจังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วยวิธีนี้จะรวดเร็วมาก สนามบินจังหวัดสุราษฏร์ธานีอยู่ในพื้นที่กองบิน๗ กองทัพอากาศ ระยะทางห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๒๕ กิโลเมตร มีรถโดยสารบริการรับส่งระหว่างสนามบินและตัวเมือง ไม่มีแท็กซี่ ไม่มีสามล้อ หากจะเดินทางไปอำเภออื่นๆโดยรถโดยสาประจำทางจะต้องกลับเข้าตัวเมืองเสียก่อน บางครั้งหากต้องการไปจังหวัดชุมพร หรือจังหวัดระนองก็ต้องหาวิธีออกมายังถนนหลวงหมายเลข ๔๑ รอรถโดยสารประจำทางบริเวณทางเข้าสนามบินได้เลยโดยไม่ต้องข้ามถนน
ทางเรือ
ปัจจุบัน มีบริษัทเดินเรือให้บริการเดินเรือด่วน จากพัทยาตรงมายังเกาะสมุย การเดินทางโดยวิธีนี้เป็นการเดินทางเชิงท่องเที่ยวเสียมากกว่า เพราะไม่สะดวกและไม่รวดเร็ว
สถานที่สำคัญ
โบราณสถาน
วัดถ้ำสิงขร
พระบรมธาตุไชยา
วัดแก้ว
อุทยานแห่งชาติ
สภาพเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ในอุทยานแห่งชาติเขาสก
อุทยานแห่งชาติแก่งกรุง
อุทยานแห่งชาติเขาสก
อุทยานแห่งชาติคลองพนม
อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น
อุทยานแห่งชาติธารเสด็จ-เกาะพะงัน
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองยัน
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองพระยา
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหนองทุ่งทอง
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองทุ่งทอง
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาท่าเพชร
สถานที่ท่องเที่ยว
อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี
ปากน้ำตาปี
วัดบางใบไม้
พระธาตุศรีสุราษฎร์
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาท่าเพชร
เกาะลำพู
ศาลหลักเมือง
วัดกลางใหม่
ปากน้ำตาปี
วัดโพธิ์ธาวาส
ตลาดอาหารเย็นบริเวณศาลเจ้า
ริมเขื่อนแม่น้ำตาปี
อำเภอกาญจนดิษฐ์
สถานที่ฝึกลิง
สินมานะฟาร์มโฮมสเตย์
ต้นยางใหญ่
อำเภอพุนพิน
สหกรณ์สุราษฏร์ธานี
อำเภอเกาะพะงัน
เกาะเต่า
เกาะนางยวน
เกาะพะงัน
วัดเขาถ้ำ (สวนวรรณโชติการาม)
พระพุทธบาทจำลอง บนภูเขาวัดมธุวราราม
หาดริ้น
หาดแม่หาด
อ่าวท้องนายปาน
อ่าวศรีธนู
อำเภอเคียนซา
อำเภอไชยา
วัดบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร
วัดธารน้ำไหล
วัดรัตนาราม หรือ วัดแก้ว
สวนโมกขพลาราม
หาดพุมเรียง
สวนรุกขชาติเขาพุทธทอง
อำเภอบ้านนาสาร
น้ำตกดาดฟ้า
น้ำตกเหมืองทวด
อำเภอบ้านตาขุน
เขื่อนรัชชประภา
อำเภอพนม
อุทยานแห่งชาติเขาสก
อุทยานแห่งชาติคลองพนม
น้ำตกแม่ยาย
น้ำตกสิบเอ็ดชั้น
ถ้ำแก้ว
ตั้งน้ำ
ดอกบัวผุดดอกใม้ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ไผ่ลำเนียก ไผ่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในปะเทศตั้งอยู่อุทยานฯคลองพนม
กุ้ยหลินเมืองไทย
เขาเสียบหมอก
ถ้ำนางพันธุรัติ
เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติเขาสก
ล่องแก่งตามลำน้ำคลองศก
วัดถ้ำวราราม
น้ำตกวิ่งหิน
เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติคลองพนม
บุคคลสำคัญ
ผู้ได้รับการจารึก
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต
ด้านการศาสนา
พุทธทาสภิกขุ บุคคลสำคัญของโลก ด้านส่งเสริมขันติธรรม สันติธรรม วัฒนธรรม ความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีของมวลมนุษย์ จาก องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO)
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
พระเทพรัตนกวี อดีตเจ้าคณะจังหวัดสุราษฏร์ธานี
ด้านการศึกษา
วิชา การพิศิษฎ์ ครูและบุคคลตัวอย่างของจังหวัดสุราษฏร์ธานี
ลำยอง วิศุภกาญจน์ ครูและผู้มีบทบาทสำคัญของจังหวัดสุราษฏร์ธานีในการต่อต้านกองทัพญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2
ธรรมทาส พานิช นักเขียนและผู้ก่อตั้งโรงเรียนพุทธนิคม
วรท ศรีไพโรจน์ ผู้บุกเบิกการอาชีวะศึกษา และการอุดมศึกษาเอกชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ด้านการเมืองการปกครอง
พลเอก ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธาน กทช. คนแรกของประเทศไทย
นายเดโช สวนานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ผู้เสนอญัตติขอบรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ แต่ไม่ได้รับการเห็นชอบจากสภาดังกล่าว
นายบัญญัติ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานีหลายสมัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานีหลายสมัย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ด้านศิลปวัฒนธรรม
ไชยวัฒน์ วรรณานนท์ ผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมของภาคใต้ประจำปี พ.ศ. 2529 จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
จูเลี่ยม กิ่งทอง ศิลปินแห่งชาติประจำปี พ.ศ. 2535 สาขาศิลปะการแสดง (หนังตะลุง)
โสภา สถาพร นางเอกภาพยนตร์ชื่อดังในอดีต
จรัล เพ็ชรเจริญ หรือชื่อในวงการบันเทิงว่า สีเทา
อื่นๆ
พลเอก วิมล วงศ์วานิช ชาวอำเภอไชยา นายทหาร จปร.5 (รุนเดียวกับพลเอกสุจินดา คราประยูร)อดีตผู้บัญชาการทหารบก หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ
พลเอก กิตติ รัตนฉายา อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ชาว อำเภอกาญจนดิษฐ์
อนันต์ ดาโลดม อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร และสมาชิกวุฒิสภาประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี
วรพจน์ เพชรขุ้ม นักชกเหรีญเงินโอลิมปิก
สมพร แซ่โค้ว ครูฝึกสอนลิงชื่อดัง
เหตุการณ์สำคัญ
ศาลากลางจังหวัดสุราษฏร์ธานีถูกวางระเบิด
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2525 ประมาณเที่ยงถึงบ่ายโมงเกิดเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนใจชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่สำคัญ คือ การระเบิดศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี จากเหตุการความขัดแย้งทางการเมือง ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานีเดิมตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำตาปี ปัจจุบัน เป็นที่ตั้งของศาลหลักเมือง
อื่นๆ
เรือยาวใหญ่ เจ้าแม่ตาปี และเรือยาวกลาง เจ้าแม่ธารทิพย์ชนะเลิศเรือยาวถ้วยพระราชทานในปีเดียวกัน
พายุเกย์ถล่มจังหวัด
การสร้างศาลหลักเมืองประจำจังหวัด
เครื่องบินตกที่สนามบินสุราษฎร์
การรื้อสัมปทานเรือข้ามฟากสุราษฏร์ธานีเกาะสมุย
มติชาวสุราษฎร์ ห้ามปลุกเสกจตุคาม ณ.วัดพระธาตุไชยา
